Loading

วัดเป้าหมายทำกำไร

ในบทความนี้จะมาแชร์ 3 วิธี ในการวัดเป้าหมายทำกำไรในการเทรด เพื่อให้เพื่อนๆเทรดเดอร์ได้นำไปประยุกต์ใช้กันนะครับ   วัดจาก Momentum สามารถขึ้นเท่าไหนก็สามารถลงเท่านั้น หรือ สามารถลงเท่าไหนก็สามารถขึ้นเท่านั้น โดยการวัดเป้าหมายการ Momentum นั้นมาจากวัดรอบการ Pullback ของราคา สมมติราคาเกิดการ Breakout ขึ้นทำ High ใหม่ เราสามารถวัดเป้าหมายได้จากการวัดรอบการ Pullback ก่อนหน้า แล้วต่อระยะทางขึ้นไปเพื่อหาจุดทำกำไร   Fibonacci Extension เป็นการวัดรอบการต่อตัวของราคา คล้ายกับการวัด Momentum เช่นกัน แต่จะแตกต่างกันตรงที่ว่าการใช้ระดับ Fibonacci นั้นจะมีหลายระดับให้เลือกตัดสินใจ ซึ่งจะเป็นตัวช่วยหาเป้าหมายการทำกำไรของเราได้เช่นเดียวกัน   เส้นค่าเฉลี่ย เป็นวิธีการที่ง่ายที่สุด แต่ประสิทธิภาพในการใช้งานไม่ได้น้อยกว่าเลยสักนิด…

ลบแท่งเทียนเพื่อดูเทรน

หลักการง่ายๆในการเทรดมี 2 อย่าง คือ แยกแยะแนวโน้ม และ หาแนวรับแนวต้าน โดยถ้าเทรดเดอร์สามารถระบุ 2 สิ่งนี้ได้ ก็จะสามารถทำกำไรในการเทรดได้อย่างง่ายดาย เป็นการสอนที่ถ่ายทอดกันมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งดูเหมือนง่ายตอนเรียน ต่อพอมาเจอจริงๆ กลับยากมาก ราวกับคนละโลกกันเลยทีเดียว โดยเฉพาะการ “แยกแยะแนวโน้ม” แนวโน้มมี 3 ประเภท ขาขึ้น   ขาลง   Sideway   เวลาเทรดให้เทรดตามแนวโน้มจะเกิดประสิทธิภาพในการเทรดสูงที่สุด แต่ประเด็นคือจะทราบได้อย่างไรว่าแนวโน้มแต่ละช่วงเป็นลักษณะใด     ตามตำรา           แนวโน้มขาขึ้น : ราคาขึ้นทำ Higher High และ Higher Low…

มากกว่า Technical

คงเคยได้ยินกันบ่อยครั้งที่ว่า คุณสามารถสามารถกำไรเป็นร้อยเป็นพันเปอร์เซ็นต์จากการดูกราฟง่ายๆ และคงเคยเห็นเหล่ากูรูที่มาโชว์กราฟย้อนหลังให้เห็นว่า ถ้าเข้าตามรูปแบบ X ก็จะสามารถรันเทรนได้เป็นร้อยๆ pips อย่างง่ายดาย แต่แล้วพอมาเทรดจริง กลับไม่ง่ายอย่างที่เหล่ากูรู Technical บอกมาสักนิด … อย่าว่าแต่กำไรเลย เทรดให้เท่าทุนยังยากเลย … ซึ่งเหตุการณ์ที่ผ่านไปแล้ว ภาพย้อนหลังมาชัดเจนอยู่แล้ว แต่การเทรดคือการคาดการณ์ทิศทางในอนาคต ซึ่งไม่สามารถเดาได้เลยว่าภาพจะออกมาอย่างที่เราคิดหรือเปล่า ลำพังการใช้เครื่องมือ Technical ในการเทรดอย่างเดียวนั้นมันไม่เพียงพอ การเทรดยังมีอีกหลายองค์ประกอบที่หลายๆคนไม่ได้พูดถึง ทั้ง “อารมณ์” , “การตั้งออเดอร์” และ “การจัดการความเสี่ยง” ที่มีผลต่อการเทรดเราอย่างมหาศาล     “อารมณ์” เป็นที่รู้กันดีของเทรดเดอร์อาชีพว่า ถ้าหากเราให้อารมณ์เข้ามาเทรดด้วยเมื่อไหร่ เมื่อนั้นเตรียมพบกับหายนะกันเลยทีเดียว การใช้อารมณ์ในการเทรดจะเป็นตัวนำไปสู่การ Overtrade ,…

พื้นฐานของการ Scalping

ปัจจุบันการเทรด scalping เป็นที่นิยมกันค่อนข้างมาก หัวใจของการเทรด scalp คือ “เข้าให้ไว กำไรรีบออก” จะไม่ถือposition นานเด็ดขาด เป็นการเทรดเก็งกำไรสั้นๆ เก็บ Pips ไปเรื่อยๆ เหมือนกับเก็บสะสมเหรียญไปแลกแบงค์ ส่วนหลักการพื้นฐานมีดังนี้ – Risk reward ratio ประมาณ 1:1 ถ้ากำไรแล้วต้องรีบออกทันที ไม่มี let profit run ถ้ากำไรให้รีบออก อย่าเสียดาย เช่น ซื้อ EURUSD ที่ 1.1200 บาท ตั้งขาย1.1205 (5 pips ออก) คัทลอส…

เป้าหมายต่อปีเท่าไหร่ดี

เชื่อว่าหลายคนเข้ามาเทรด Forex ก็มีจุดประสงค์เดียวกันหมดเลยคือ “อยากได้เงิน” บางคนหวังจะนำเงินที่ได้ไปซื้อบ้าน ซื้อรถ และหลายๆอยากจะเกษียณตัวเองเร็วๆ จากตลาด Forex แห่งนี้   แต่ด้วยเพราะความ “โลภ” ของตัวเอง ทั้งจากกูรูต่างๆ ที่อวดโอ้เกินจริง จนทำให้ผู้เล่นส่วนมากตกเป็นเหยื่อการตลาดเหล่านี้ ต่างบอกว่า Forex สามารถทำกำไรได้เร็ว เล่นแล้วรวยเร็ว … ถามจริงๆ เลยครับว่า คุณเคยเห็นใครรวดเร็วๆ จากการเทรดบ้าง มีแต่พวกกูรูที่สอนเก็บค่าคอร์สที่โม้ให้คุณฟังนั่นแหละ ที่เค้ารวยก็เพราะจากค่าคอร์สที่คุณลงเรียนนั่นแหละครับ   หากใครมีบอกว่ามีกลยุทธ์ง่ายๆ ที่สามารถทำกำไรเดือนละ 100% หรือปีละ 100% บอกเลยครับว่า เขาเหล่านั้นเป็นพวกขี้โม้ทั้งนั้น ถ้ามันทำง่ายจริง ป่านนี้ประเทศไทยเต็มไปด้วยเศรษฐีเต็มไปหมดแล้ว    …

ปัญหาการใช้เครื่องมือเทคนิคทั่วไป

ปัญหาการใช้เครื่องมือเทคนิคทั่วไป     เทรดเดอร์มือใหม่มักเกิดคำถามที่ว่า “ทำไมใช้ Indicator ตามที่หนังสือ Technical บอก แล้วไม่เห็นกำไรเหมือนในหนังสือเลย” พวก Indicator ที่ดังๆเหล่านั้น อย่างเช่น MACD , Stochastic , RSI พวกนี้เชื่อว่าเทรดเดอร์ทุกคนน่าจะรู้จักกันดี และมีอยู่ในหนังสือ Basic Technical แทบทุกเล่ม โดยถูกยกย่องต่างๆนานาว่ามันแม่น มันเจ๋ง มันสามารถบ่งชี้อนาคตว่าราคาไปในทิศทางไหนได้อย่างแม่นยำ แต่ทำไมเราพอมาใช้จริงๆ กลับเจ๋ง!!   ปัญหา 1 เราต้องทำความเข้าใจกันก่อนว่าทุก Indicator เหล่านี้มันถูกคำนวณมาจาก Price ซึ่งเป็น Price ที่เกิดขึ้นไปแล้ว มันทำให้…

แนวรับที่แข็งแกร่ง

ถ้าพูดถึงแนวรับ เชื่อว่าหลายคนทราบดีอยู่แล้วว่า “แนวรับ” คืออะไร แต่ถ้าถามต่อว่า “แนวรับไหนแข็งแกร่ง” อันนี้อาจเริ่มตอบกันไม่ได้และ เพราะไม่รู้ว่าจะเอาอะไรมาวัดความแข็งแกร่งของแนวรับนั้นๆ   แนวรับคือบริเวณที่มี แรงซื้อ พยุงราคาไม่ให้หลุดระดับดังกล่าว ส่วนแนวรับที่แข็งแกร่งนั้นก็บริเวณที่มีแรงซื้ออย่างมาก แค่นั้นเองครับ     ลองนึกภาพตามกันนะครับ สมมติมีแก้วเปล่าอยู่ใบหนึ่ง และเรากำลังจับแก้วเปล่าใบนั้นด้วยมือของเรา จากนั้นนำน้ำอุ่นๆ เทใส่แก้วใบที่เราถือนั้น เราก็สามารถถือแก้วใบนั้นได้นานเท่านาน แต่ถ้าเปลี่ยนเป็นเปลี่ยนเป็นถ้านำน้ำร้อนเดือดๆ เทใส่แก้วที่เราถือ เราก็จะรีบทิ้งแก้วเปล่านั้นออกไป เพราะไม่สามารถทนความร้อนได้   มันก็จะคล้ายกับ แรงซื้อ นั้นแหละ ถ้าแรงซื้อไม่มาก หรือน้อยๆ ราคาก็จะสามารถเคลื่อนไหวในบริเวณนั้นได้ หรือค่อยๆ ฟื้นตัวกลับจากบริเวณนั้น แต่ถ้าแรงซื้อมีปริมาณมหาศาล เพียงแค่ราคาลงไปในช่วงบริเวณนั้น เพียงไม่กี่นาทีก็เกิดแรงซื้อกลับจนทำให้ราคาดีดตัวขึ้นออกจากบริเวณดังกล่าวอย่างรวดเร็ว ซึ่งเราสามารถจดจำว่าบริเวณนั้นเคยมีแรงซื้ออย่างรุนแรง และนำมาใช้เป็นแนวรับในอนาคต…

ซื้อตอนมันถูก ขายตอนมันแพง … แค่นั้น

เคยสงสัยกันไหมว่าพวกเทรดเดอร์มืออาชีพเค้าสามารถทำกำไรได้อย่างต่อเนื่อง ไม่เหมือนกับเทรดเดอร์ทั่วไปที่ขาดทุนอยู่สม่ำเสมอ เหตุผลมันบอกได้อย่างชัดเจนในตัวมันเองอยู่แล้วคือ เทรดเดอร์มืออาชีพ > ซื้อถูก ขายแพง > กำไร                    … ซื้อตอนมันถูก ขายตอนมันแพง เทรดเดอร์ทั่วไป > ซื้อแพง ขายถูก > ขาดทุน                    … ซื้อตอนมันแพง ขายตอนมันถูก แค่นั้นเองครับ เทรดเดอร์ทั่วไปมักถูกอารมณ์ตลาดดึงเข้าไปมีส่วนร่วม พอเห็นราคาดีดแรงๆ แท่งเทียนเขียวๆ ก็อยากได้ อยากตาม จึงไปซื้อในช่วงที่ราคาสูง และมักจะขายหนีตายกันในช่วงตลาด Panic หรือราคาต่ำ แล้วมันจะกำไรได้อย่างไรใช่ไหมครับ     เหมือนกับเราเดินห้าง อยากซื้อตอนของลดราคา หรือตอนของขึ้นราคา ล่ะครับ…

เครื่องมือที่ซับซ้อน Vs เครื่องมือที่เรียบง่าย

เป็นที่รู้กันดีว่า ในการเทรดนั้นมีเพียงไม่กี่คนที่จะประสบความสำเร็จในการเทรด ซึ่งเป็นคำพูดที่แทงใจดำใครหลายๆคน แต่ก็เป็นเรื่องจริงที่ต้องยอมรับ แต่หลายคนที่ยังคงพยายามอยากให้ตัวเราเองเป็นเพียงคนไม่กี่คนนั้น     แล้วรู้ไหมว่าเหตุผลว่าหลายคนนั้น ไม่ประสบความสำเร็จในการเทรด หนึ่งเหตุผลหลักเลยคือ เขาเหล่านั้นใช้การเทรดที่ซับซ้อนเกินไป เทรดเดอร์มืออาชีพใช้เพียงกลยุทธ์ที่ง่ายๆ เพียงแต่เขาเข้าใจสิ่งที่เขาใช้ ต่างกับเทรดเดอร์มือใหม่ที่มัวแต่ไปนั่งหาเครื่องมือที่ซับซ้อน หวังว่าเครื่องมือนั้นจะสร้างกำไรให้เรา   ยิ่งเครื่องมือซับซ้อนมากเท่าไหร่ ยิ่งเทรดแย่เท่านั้น เพราะมันจะนำไปสู่การตัดสินใจที่คลุมเครือ ไม่ชัดเจน สิ่งที่ถูกต้องในการเทรดคือ “ต้องทำให้มันเรียบง่ายที่สุด และทำมันอย่างสม่ำเสมอ” แค่นั้นเอง เราจะไปขยับไปสู่ในจุดที่เรียกว่าประสบความสำเร็จในการเทรด     เครื่องที่ซับซ้อน – สำหรับมือใหม่อาจดูเท่ กราฟนั้นมีเส้นต่างๆ เต็มไปหมด แต่การใช้งานจริงๆนั้นไม่มีประสิทธิภาพอย่างมาก กราฟที่รกจะทำให้การตัดสินใจแย่ลงอย่างมาก เราไม่รู้ว่าตกลงจะใช้เครื่องมือไหนเป็นตัวตัดสินใจ การเทรดแต่ละครั้งไม่มีความชัดเจน     เครื่องมือที่เรียบง่าย –…

Dollar index + Gold = AUDUSD

การวิเคราะห์ Intermarket analysis หรือการวิเคราะห์ความสัมพันธ์เชื่อมโยงระหว่างสินค้าแต่ละชนิด ซึ่งจะเป็นประโยชน์ในการช่วยสร้างโอกาสและกำไรในการเทรดของเรามากยิ่งขึ้น โดยในโลกตลาดการเงินนั้น ทุกสิ่งล้วนมีความสัมพันธ์กัน บางทีสิ่งหนึ่งขึ้น อีกสิ่งหนึ่งลง หรือบางที 2 สิ่งขึ้นและลงพร้อมกัน อย่างตัวอย่าง     AUD/USD ที่ประกอบด้วยค่าเงิน USD และ AUD และขณะเดียวกัน AUD กับ Gold นั้นมีความสัมพันธ์การอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องด้วยประเทศออสเตรเลียเป็นประเทศผลิตทองคำเป็นอันดับต้นๆ ทำให้การเคลื่อนไหวของค่าเงิน AUD กับ Gold เป็นไปในทางทิศทางเดียวกัน ซึ่งเทรดเดอร์ที่เทรด AUD อยู่ก็ควรดู Gold ประกอบการเทรดด้วย   ซึ่งลองมาดูว่ามันใช้ประโยชน์อะไรในการเทรด ตัวอย่างกราฟความสัมพันธ์ของ AUDUSD…